การเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างห้องปฏิบัติการ เป็นภารกิจทางวิชาการที่มีความจำเป็นต่อการยืนยันความสามารถของห้องปฏิบัติการ และใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เป็นต้น รวมถึงการประกันคุณภาพผลการวัดของห้องปฏิบัติการ
แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกรอบและขั้นตอนในการดำเนินการเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างห้องปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ยืนยันความสามารถด้านการทดสอบหรือสอบเทียบของห้องปฏิบัติการ
- ใช้เป็นหลักฐานทางเทคนิคประกอบการยื่นขอการรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เป็นต้น
- ส่งเสริมความเชื่อมั่นและการประกันคุณภาพของผลการวัด
- ห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบในประเทศไทย
- กรณีที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการทดสอบความชำนาญ หรือโครงการเปรียบเทียบระหว่างห้องปฏิบัติการที่จัดโดยผู้จัดโปรแกรมการทดสอบความชำนาญ หรือยังไม่มีการจัดการเปรียบเทียบในสาขาที่เกี่ยวข้อง
- การเปรียบเทียบผลการวัดที่มีสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ทำหน้าที่เป็นบุคคลที่สาม (Third Party)
การเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการ ( Interlaboratory comparison ; ILC) หมายถึง
การออกแบบ การดำเนินงาน และ การประเมินผลการวัดหรือการทดสอบตัวอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึง
กันโดยห้องปฏิบัติการสองแห่งหรือมากกว่าตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
การทดสอบความชำนาญ (Proficiency testing ; PT) หมายถึง การประเมินความสามารถของ
ผู้เข้าร่วมตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยวิธีการเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการ
หมายเหตุ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของผู้จัดโปรแกรมการทดสอบความชำนาญ ระบุไว้ในภาคผนวกของมาตรฐาน ISO/IEC 17043
ห้องปฏิบัติการผู้ยื่นขอ หมายถึง ห้องปฏิบัติการที่ต้องการใช้ผลการเปรียบเทียบเป็นหลักฐานประกอบการขอรับรอง ISO/IEC 17025
ห้องปฏิบัติการอ้างอิง หมายถึง ห้องปฏิบัติการที่มีความสามารถด้านการวัดหรือสอบเทียบในระดับเทียบเท่าหรือสูงกว่า และมีความสามารถที่ได้รับการยอมรับ
บุคคลที่สาม (Third Party) หมายถึง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใส ความเป็นกลาง และความถูกต้องของกระบวนการเปรียบเทียบ ตลอดจนประเมินและวิเคราะห์ผล
วัตถุตัวอย่าง (Artifact) สิ่งส่งตรวจ เครื่องมือ หรือวัสดุอ้างอิงที่ใช้ในการเปรียบเทียบผลการวัด
4.1 การเปรียบเทียบผลการวัดต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นกลาง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
4.2 ห้องปฏิบัติการทุกฝ่ายต้องใช้สิ่งส่งตรวจ (artefact) เดียวกัน หรือสิ่งส่งตรวจที่มีความเทียบเท่า
4.3 ผลการวัดต้องระบุค่าความไม่แน่นอนของการวัดอย่างชัดเจน
4.4 การพิจารณาความสอดคล้องของผลการวัดให้ใช้ตัวชี้วัดทางสถิติที่ยอมรับได้ เช่น ค่า En โดย |En| ≤ 1 แสดงว่าผลการวัดมีความสอดคล้องกัน
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นบุคคลที่สาม โดยมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
5.1 พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่าง PT Protocol และผลการศึกษา Homogeneity และ Stability ของ Artefact
5.2 รับและเก็บรักษาผลการวัดจากห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอย่างเป็นความลับ
5.3 ตรวจสอบความเป็นอิสระและความเป็นกลางของกระบวนการเปรียบเทียบ
5.4 ตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้อง และความสอดคล้องของข้อมูลที่ใช้ในการเปรียบเทียบ
5.5 รับรองว่าข้อมูลที่นำไปวิเคราะห์เป็นข้อมูลเดียวกับที่ห้องปฏิบัติการได้ส่งไว้
5.6 จัดทำรายงานสรุปผลการเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ
6.1 ก่อนเริ่มการเปรียบเทียบผลการวัด ห้องปฏิบัติการผู้ยื่นขอต้องจัดส่งเอกสารต่อสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบล่วงหน้า ดังนี้
- ร่างแผนการดำเนินงาน (Protocol) อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
- วัตถุประสงค์และขอบเขตของการเปรียบเทียบ
- รายละเอียดของ artefact ที่ใช้
- รายการ measurand และช่วงการวัด
- วิธีการวัดหรือสอบเทียบ
- ลำดับและระยะเวลาการดำเนินการ
- รายงานผลการศึกษา Homogeneity ของ artefact
เพื่อแสดงว่า artefact มีความสม่ำเสมอเพียงพอสำหรับการใช้เปรียบเทียบผลการวัด
- รายงานผลการศึกษา Stability ของ artefact
เพื่อยืนยันว่า artefact มีความเสถียรตลอดช่วงเวลาที่คาดว่าจะใช้ในการเปรียบเทียบ
6.2 ทั้งนี้ การเปรียบเทียบจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ ต่อเมื่อสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร
6.3 ห้องปฏิบัติการผู้ยื่นขอดำเนินการวัดหรือสอบเทียบสิ่งส่งตรวจ และส่งผลการวัดให้สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
6.4 ห้องปฏิบัติการผู้ยื่นขอส่งสิ่งส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการอ้างอิงเพื่อดำเนินการสอบเทียบหรือทดสอบ
6.5 ห้องปฏิบัติการอ้างอิงส่งผลการวัดให้สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
6.6 ห้องปฏิบัติการอ้างอิงส่งสิ่งส่งตรวจคืนให้ห้องปฏิบัติการผู้ยื่นขอหลังจากได้รับการยืนยันการับรายงานผลการวัดหรือสอบเทียบจากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติแล้ว
6.4 สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลและจัดเก็บผลการวัด
6.5 สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติดำเนินการวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลการวัดตามหลักวิชาการ ตรวจสอบความถูกต้องของการวิเคราะห์ และยืนยันความโปร่งใสของกระบวนการ
6.6 สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติจัดทำและนำส่งรายงานสรุปผลการเปรียบเทียบให้กับห้องปฏิบัติการผู้ยื่นขอ
PT/Inter-laboratory Comparison
การทดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing) และ การเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างห้องปฏิบัติการ (Inter-laboratory Comparison, ILC) เป็นกระบวนการสำคัญในการตรวจสอบและประกันคุณภาพของผลการวัดที่ได้จากห้องปฏิบัติการต่าง ๆ โดยกระบวนการเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่า ห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งมีความแม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด
มว. จัดกิจกรรม PT และ ILC ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043 เพื่อประกันคุณภาพให้กับห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบเป็นประจำทุกปี
